ในแง่ของสังคมและเศรษฐกิจ วงการดอกไม้หน้าศพในไทยก็มีบทบาทไม่น้อย ร้านขายดอกไม้และช่างทำพวงมาลัยหลายแห่งมีรายได้หลักจากงานนี้โดยตรง โดยเฉพาะในช่วงที่มีพิธีศพสำคัญของบุคคลสาธารณะ หรือในช่วงเทศกาลที่อาจมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น เช่น ช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม วงการนี้ก็เผชิญกับความท้าทายเช่นกัน ทั้งในเรื่องของความต้องการที่ผันผวน การแข่งขันจากดอกไม้ประดิษฐ์ราคาถูก และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่อาจทำให้พิธีการบางอย่างลดความสำคัญลง
เพื่อให้ร้านขายพวงหรีดผ้าขาวม้าสามารถคงอยู่และเติบโตต่อไป จำเป็นต้องมีการส่งเสริมจากหลายฝ่าย ทั้งการสนับสนุนให้ชุมชนเห็นคุณค่าของประเพณีท้องถิ่น การพัฒนาการออกแบบให้สอดคล้องกับรสนิยมยุคใหม่โดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์เดิม และการสร้างช่องทางการตลาดที่กว้างขึ้น เช่น การขายผ่านช่องทางออนไลน์หรือการเชื่อมโยงกับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ในวัฒนธรรมการแสดงความอาลัยต่อผู้วายชนม์ของไทย พวงหรีดเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สื่อถึงการไว้อาลัยและระลึกถึง ดอกไม้หน้าศพ (navigate to these guys) ในบรรดาพวงหรีดหลากหลายรูปแบบ “พวงหรีดผ้าขาวม้า” ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหลายชุมชน โดยเฉพาะในภูมิภาคอีสานและพื้นที่ชนบท ร้านขายพวงหรีดผ้าขาวม้าจึงเป็นมากกว่าเพียงธุรกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของประเพณีและวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันในยามเศร้าโศก
การแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในเขตเมือง ร้านดอกไม้งานศพต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการออกแบบที่สร้างสรรค์ การใช้สื่อออนไลน์เพื่อการตลาด และการให้บริการที่รวดเร็วและน่าเชื่อถือ ร้านบางแห่งขยายบริการไปสู่การจัดดอกไม้สำหรับงานมงคลด้วย เพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น เทคโนโลยีก็มีบทบาทมากขึ้น เช่น การให้ลูกค้าเลือกแบบพวงหรีดผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
เมื่อมองลึกลงไปถึงวัฏจักรของพวงหรีดผ้าขนหนูหลังงานศพ สิ่งนี้สะท้อนแนวคิดเรื่องประโยชน์ใช้สอยและความไม่ฟุ่มเฟือยในวัฒนธรรมไทย ผ้าขนหนูจากพวงหรีดมักถูกนำไปแจกจ่ายให้ผู้มาร่วมงานเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป บางครอบครัวอาจนำไปบริจาคให้วัดหรือสถานสงเคราะห์ วัสดุที่เป็นโครงสร้างพวงหรีดก็มักนำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ได้ การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงการใช้งานหลังงานศพเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาที่ผสมผสานระหว่างประเพณีกับความประหยัด