กระบวนการให้บริการรับจัดดอกไม้หน้าโลงศพมักเริ่มต้นจากการที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตหรือผู้จัดงานติดต่อมาที่ร้านดอกไม้หรือผู้ให้บริการเฉพาะทาง จากนั้นจะมีการพูดคุยถึงรายละเอียดต่างๆ เช่น งบประมาณ ประเภทของดอกไม้ที่ต้องการ (ดอกไม้สดให้ความสวยงามและกลิ่นหอมแต่ราคาสูงและอยู่ไม่นาน ดอกไม้ประดิษฐ์หรือดอกไม้แห้งคงทนกว่า) สีที่เหมาะสม รูปแบบการจัด ขนาด และธีมโดยรวมของผู้ให้บริการจะนำเสนอตัวอย่างหรือแคตตาล็อกให้เลือก พร้อมคำแนะนำจากประสบการณ์ เมื่อตกลงกันแล้ว ทีมงานจะดำเนินการจัดดอกไม้และนำไปจัดตั้งยังสถานที่จัดงานศพให้ทันเวลาก่อนเริ่มพิธี ในบางกรณีอาจมีบริการดูแลเปลี่ยนดอกไม้สำหรับงานที่จัดหลายวันอีกด้วย
ในที่สุด ดอกไม้หน้าโลงและราคาของมันจึงเป็นปรากฏการณ์ที่ตั้งอยู่บนจุดตัดระหว่างความเศร้าโศกและระบบตลาด ระหว่างจิตวิญญาณและวัตถุ ระหว่างประเพณีและการเปลี่ยนแปลง มันเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้ในยามอำลาที่ดูเหมือนจะหลุดพ้นจากโลกียวิสัย กระบวนการทางเศรษฐกิจและสังคมก็ยังคงดำเนินไปและมีอิทธิพลต่อการแสดงออกของมนุษย์ ราคาของดอกไม้หน้าโลงจึงไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่า ความสัมพันธ์ และการให้ความหมายของชีวิตและความตายในวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย
ประเภทของดอกไม้ที่เลือกใช้ก็บอกเล่าเรื่องราว ดอกมะลิ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยที่มีกลิ่นหอมนวลและทนทาน ได้รับความนิยมสูงสุด กลิ่นหอมของมะลิที่ฟุ้งกระจายในงานศพ เชื่อกันว่าช่วยกลบกลิ่นและสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย แต่ในเชิงสัญลักษณ์แล้ว กลิ่นหอมที่บริสุทธิ์ของมะลิเปรียบเสมือนกุศลกรรมและความดีของผู้ล่วงลับที่ยังคงหอมหวน ดอกบัว Olivia Wreath ซึ่งเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนา มักใช้ในงานศพของผู้นับถือพุทธอย่างเหนียวแน่น บัวที่งอกจากโคลนตมแล้วผลิบานสะอาดสดใส เป็นอุปมาถึงการหลุดพ้นจากกองทุกข์ในสังสารวัฏ สู่ความบริสุทธิ์แห่งนิพพาน ส่วนดอกดาวเรือง สีเหลืองทองและทนทาน มักสัมพันธ์กับความเจริญรุ่งเรืองและความทรงจำอันดีงาม
ดอกไม้หน้าโลงในที่นี้ หมายถึง พวงหรีด พานดอกไม้ หรือการจัดดอกไม้รูปแบบต่าง ๆ ที่นำมาวางไว้หน้าหีบศพหรือในบริเวณงานศพ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยและให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผ่านเลนส์ทางเศรษฐศาสตร์และสังคมวิทยา จะพบว่าวัตถุทางวัฒนธรรมชิ้นนี้ได้ถูกแปลงให้เป็น “สินค้า” ในระบบตลาดที่มีการกำหนดมูลค่าและราคาอย่างชัดเจน ราคาของดอกไม้หน้าโลงนั้นมีช่วงที่กว้างขวางอย่างน่าตกใจ เริ่มตั้งแต่หลักร้อยบาทสำหรับพวงหรีดขนาดเล็กที่ทำจากดอกไม้สดคุณภาพมาตรฐาน ไปจนถึงหลักหมื่นหรือหลายแสนบาทสำหรับพวงหรีดหรูหราที่ทำจากดอกไม้หายาก เช่น ดอกกล้วยไม้พันธุ์พิเศษ ดอกกุหลาบนำเข้า หรือแม้แต่การตกแต่งด้วยวัสดุมีค่า เช่น ผ้าแพรไหม หรือการออกแบบโดยช่างผู้มีชื่อเสียง ช่วงราคาที่หลากหลายนี้มิได้สะท้อนเพียงค่าใช้จ่ายของวัตถุดิบและแรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวบ่งชี้สถานะทางสังคม (Social Status) ของทั้งผู้ให้และผู้รับ (ในที่นี้หมายถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต) อย่างแยบยล